|
| แบบฟอร์มการเข้าสู่ระบบ |
|---|
| ++เว็บองค์กรสงฆ์++ | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
|
| หนังสือพิมพ์ | ||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
| Computer | |||
|---|---|---|---|
|
|
| ตะปูตรึงใจ..รูป (วศิน อินทสระ) |
|
|
| เขียนโดย ๛Webmaster๛ | ||||
| Monday, 17 August 2009 | ||||
หน้า 1 จาก 2 คืนนั้น..ต่างคนต่างคิด แต่คิดในเรื่องเดียวกัน บางคราวรู้สึกสุขที่ได้คิด แต่บางคราวก็มีความกระวนกระวาย หญิงสาวนึกลึกลงไปถึงกายอันกำยำของเขา ฝ่ายชายเล่าก็นึกเกินเลยไปกว่าที่ได้เห็นแล้ว ได้ฟังแล้ว แลแล้วก็กระวนกระวาย ต้องการขึ้นไปถึงความสุขที่ใจปรารถนา
ในโรงฉันแห่งนั้นไม่มีน้ำไว้สำหรับภิกษุเลย มุนีหนุ่มรู้สึกกระวนกระวายเป็นกำลังเพราะความกระหายบีบคั้น ออกจากโรงฉันเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งจึงแวะเข้าขอน้ำดื่ม เจ้าของบ้านสาวสวยเห็นนักพรตหนุ่มอันตนมิเคยรู้จักมายืนอยู่หน้าเรือน เธอรีบลงมาถามความต้องการ อาตมากระหายน้ำเหลือเกิน ถ้าไมเป็นการรบกวนมากนัก ขอได้โปรดสงเคราะห์น้ำสักหน่อยเถิด ท่านมองหญิงสาวอย่างวิงวอน ด้วยการเห็นเพียงครั้งเดียว หญิงสาวรู้สึกพอใจในรูปร่าง กิริยาท่าทีและน้ำเสียงของภิกษุหนุ่มรูปนั้น มันเหมือนมีอะไรหนุนอยู่เบื้องหลัง ทำให้มีความสุขใจเมื่อได้เห็นกิริยาอาการ และได้ฟังวาจาของท่าน จะเป็นไรไป พระคุณเจ้า หญิงสาวเอ่ย น้ำเสียงของเธอที่เจืออยู่ด้วยความชอบพอนั้น อ่อนหวานนุ่มนวล ไพเราะอย่างจับใจสำหรับภิกษุหนุ่ม น้ำเป็นของหาง่ายและราคาถูก พลางส่งน้ำถวายและพูด นิมนต์ท่านดื่มตามสบายเถิด ดื่มน้ำแล้ว สายตาของทั้งสองสบกันเพียงครู่เดียว กระแสสวาทได้แล่นกำซาบไปทั่วสรรพางค์ ขอบใจท่านที่กรุณา ขอให้ท่านมีความสุขความเย็นใจเถิด ท่านขอบใจและอวยพร เมื่อใด พระคุณเจ้าต้องการน้ำ ขอได้โปรดมารับที่นี่ ประตูบ้านนี้เปิดเสมอ สำหรับท่าน สบตากันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งสองรีบหลบสายตาลงต่ำแล้วภิกษุหนุ่มก็เดินก้มหน้าจากไป คืนนั้น..ต่างคนต่างคิด แต่คิดในเรื่องเดียวกัน บางคราวรู้สึกสุขที่ได้คิด แต่บางครั้งก็มีความกระวนกระวายใจ หญิงสาวนึกลึกลงไปถึงกายอันกำยำ ภิกษุหนุ่มเล่า ก็นึกเลยไปกว่าที่ได้เห็นได้ฟังแล้ว และแล้วก็กระวนกระวาย... เพราะหญิงสาวเปิดโอกาสไว้อย่างหนึ่ง เพราะใจจดจ่ออย่างหนึ่ง ดังนั้นคราวใดที่ไม่ได้น้ำในโรงฉัน ท่านก็ไปที่บ้านนั้น ไม่ผิดหวังเลย ท่านได้รับการต้อนรับอย่างดีทุกครั้ง ทำให้รู้สึกอิ่มเอิบใจ ฝ่ายหญิงเล่าก็รู้สึกเหมือนว่า ภิกษุนั้นมาช่วยทำสิ่งที่เธอพร่องอยู่ให้เต็ม ความรักความพอใจเป็นทางเดิน เป็นสะพานให้ดวงใจ ทั้งสองเดินเข้าหากัน ภิกษุหนุ่มเดินไปทางนั้น ส่วนหญิงสาวก็เดินออกมาต้อนรับ พระคุณเจ้ามีความสุขในการประพฤติพรหมจรรย์ดีอยู่หรือ ? วันหนึ่งเธอถามขณะที่ภิกษุหนุ่มกำลังฉัน สบายดี พระตอบ แต่.. หยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนลังเลที่จะพูดต่อ แต่อะไรคะ ? หญิงสาวรีบถาม ตาจ้องเป๋งอยู่ที่ใบหน้าภิกษุหนุ่ม มันเป็นความสบายที่เงียบเกินไป พระพูดหลังจากคิดแล้วว่าพูดได้ ก็ชีวิตพระ.. หญิงสาวกล่าวเสมือนเย้ยอยู่ในที ..เหมาะสำหรับ คนแก่ที่สละโลกแล้ว พระเงยหน้าขึ้นมองเธอ ยิ้มน้อยๆ แต่ยังมิทันพูดอะไรๆ หญิงสาวก็ถามต่อไปว่า ท่านบวชมากี่ปีแล้วคะ? ๓ พรรษา บวชตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี เวลานี้ ๒๓ ? กำลังหนุ่มมากทีเดียวค่ะ พระพุทธเจ้าพระชนมายุเท่านี้ยังไม่บวช พระองค์ทรงผนวชเมื่อพระชนมายุ ๒๙ ใช่ไหมคะ ? ใช่ และพระองค์ท่านก็เคยผ่านโลกียสุขมาแล้วทุกอย่างตั้งแต่พระชนม์ ๑๖-๒๙ มุนีหนุ่มนิ่ง คนเกิดมาในโลกทั้งที ไม่เคยผ่านโลกียสุขก็น่าเสียดาย เธอเน้น ส่าหรีของเธอนั้นบาง เสื้อที่สวมใส่ก็เนื้อบางละเอียดและหลวม สายตาของภิกษุหนุ่มลูกไล้ไปทั่วสรรพางค์อันอรชรนั้น คนเกิดมาในโลกทั้งทีไม่เคยรู้จักโลกียสุขก็น่าเสียดาย ภิกษุหนุ่มทบทวนคำของนางอยู่ในใจ และความรู้สึกใคร่ได้ ใคร่พบโลกียสุขนั้นก็เป็นไปตามธรรมชาติ โลกกียสุขมีพร้อมอยู่แล้วในหญิงนี้ และหญิงนี้.. สายตาที่มีกระแสราคะเยิ้มอยู่สบกันอีก ไฟราคะแล่นลงไปกำซาบอยู่ในหัวใจ ภิกษุหนุ่มถอนหายใจยาวเพื่อระบายความอึดอัด เพราะมิอาจทำสิ่งใดที่ใจประสงค์ได้ ผ้าเหลืองหม่นที่ท่านยึดถือไว้ในฐานะเป็นอาภรณ์ของผู้ประพฤติพรหมจรรย์นั้น ได้กลายเป็นเสมือนกำแพงใหญ่ขวางกั้นโลกียรส ซึ่งหญิงสาวพร้อมแล้วที่จะเสอนอให้ เมื่อภิกษุหนุ่มมีอาการว่า จะลากลับนั่นเอง หญิงสาวได้จุดอารมณ์ให้ระเบิดขึ้นในความหวังของภิกษุหนุ่มว่า ท่านคะ ในบ้านนี้มีพร้อมทุกอย่าง ขาดแต่ผู้ครองบ้านเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้ ความใคร่อันรุนแรงในหญิงนั้นและความหวังในการมาเป็นผู้ครองเรือน ทำให้ท่านกระสันใคร่สึก แต่ความละอายพระศาสดายังมีอยู่มาก จึงไม่กล้าทูลลา ศึกในอกเกิดขึ้นอย่างยืดเยื้อ หญิงสาวเป็นฝ่ายรุกอยู่ตลอดเวลา ท่านจึงฉันอาหารน้อยลงและน้อยลง อารมณ์มีแต่รอยแห่งความวิตกหมกมุ่น หาทางออกไม่ได้ จึงซูบซีด เศร้าหมองไป อาการเปลี่ยนแปลงของภิกษุหนุ่มปรากฏแก่เพื่อนพรหมจารีทั่วไป เมื่อสอบถามท่านก็ตอบตามความเป็นจริงว่า กระสันใคร่สึกเพราะรักผู้หญิง ภิกษุทั้งหลาย จึงบอกเรื่องนั้นแก่อุปัชฌายะอาจารย์ของท่าน อุปัชฌายะ-อาจารย์พยายามโอวาทสั่งสอนให้เห็นโทษของความรักและคูณของบรรพชาสักเพียงไร ก็หาสามารถบรรเทาความกระสันของเธอได้ไม่ ในที่สุดจึงพาไปเฝ้าพระศาสดา เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องราวโดยตลอดแล้ว จึงตรัสว่า ภิกษุ อาการกิริยาและวาจาของหญิงนั้นในบัดนี้ หาอัศจรรย์ไม่(ไม่แปลก) แต่ในกาลก่อน นางได้ทำกับเธอแสบเผ็ดยิ่งกว่านี้ ในสมัยนั้น เธอเป็นบัณฑิตมีนามกระฉ่อนทั่วชมพูทวีป นางยังเป็นต้นเหตุให้เธอถูกฆ่าตาย เพราะนางเอาใจฝักใฝ่ในบุรุษที่นางได้เห็นเพียงครู่เดียว พระศาสดาผู้ทรงอนาวรญาณตรัสเล่าเรื่องอดีตชาติของภิกษุนั้น สมัยนั้นเป็นจุลลธนุคคหบัณฑิต ซึ่งหญิงนั้นเป็นภรรยาที่อาจารย์มอบให้ เมื่อต่อสู้กับโจรในระหว่างทาง บัณฑิตได้ฆ่าโจรตายหมดแล้ว เหลือหัวหน้าโจรเพียงคนเดียว เขาชกให้ลมลงแล้วนั่งคร่อมไว้ เรียกเอาดาบจากภรรยา แต่ภรรยาของเขามีจิตพิศมัยในโจร จึงส่งด้ามดาบให้โจร ส่งฝักดาบให้สามี โจรจึงตัดศรีษะของบัณฑิตเสีย ภรรยาของบรรฑิตในครั้งนั้น คือหญิงผู้ยังเธอให้กระสันในบัดนี้ จุลลธนุคคหบัณฑิต คือเธอนี่เอง ดูก่อนภิกษุ เธอเคยถูกตัดศรีษะเพราะหญิงนี้เป็นต้นเหตุมาแล้วในอดีต เธอยังไม่เข็ดหลาบอีกหรือ ? มาบัดนี้ เธอจะเสื่อมจากพรหมจรรย์ก็เพราะหญิงนี้เป็นต้นเหตุอีก ภิกษุ เมื่อคำนึงถึงอารมณ์ว่างามอยู่ กามวิตกย่อมครอบงำได้ อสุภกัมมฐานนั่นแหละคือเครื่องมือในการระงับ เธอจงมีสติอยู่ทุกเมื่อ อย่าเผลอ จักสามารถทำตัณหาให้สูญสิ้น ตัดเครื่องผูกแห่งมารได้ พระบรมศาสดาให้ภิกษุนั้นสลดใจด้วยธรรมเทศนาอันปฏิสังยุตด้วยอสุภภาวนา จนเธอดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล ได้ที่พึ่งอันเกษมในศาสนานี้ ฯ -----------------------------------
|
||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|