Homepage
ความตาย(กระโหลกหัวเราะ) พิมพ์ ส่งเมล
ระดับผู้ใช้: / 12
แย่จังดีมาก 
เขียนโดย ๛Webmaster๛   
Friday, 29 August 2008
ดัชนี บทความ
ความตาย(กระโหลกหัวเราะ)
หน้า 2

Imageเมื่อตอนเช้าเคล้าชื่นระรื่นรส พอสายหมดลมลับลงดับขันธ์, เมื่อตอนสายได้สนุกสุดสุขครัน, พอตอนบ่ายพลันชีวาตม์ลงขาดรอน.มื่อตอนบ่ายรายล้อมพร้อมหน้าญาติ พอเย็นขาดชีวาลงคาหมอน เมื่อตอนเย็นเล่นสนุกไม่ทุกข์ร้อน พอค่ำมรณ์ม้วยมิดอนิจจัง...

          ความตาย..เป็นสถานีสุดท้ายของชีวิต  มีท่านผู้รู้ได้นิยามชีวิตไว้ว่า “ชีวิตคือความเปลี่ยนแปลง ความตายคือที่สุดของความเปลี่ยนแปลง” เป็นสภาวะหรือธรรมชาติที่ไม่เคยรับฟังคำวิงวอนหรือขู่ตวาดของใคร ๆ เหมือนตะวันตกก็คือที่สุดของตะวันออก..ไม่มีศาสดาผู้วิเศษคนใด จะใช้อำนาจความวิเศษของตนเปลี่ยนแปลงกฎของธรรมชาติให้โลกมีกลางวันตลอดกาลได้ “ตะวันขึ้นแล้วก็ตก ชีวิตเกิดแล้วก็ตาย

          ตะวันขึ้นแล้วก็ตก คนเราได้เห็นจำเจอยู่ทุกวัน ไม่เคยรู้สึกประหลาดใจ ทั้ง ๆ ที่เห็นว่ากลางวันมีค่ากว่ากลางคืน เราต่างก็มีจิตใจปรกติต่ออาการของดวงตะวัน  ขึ้น-ตกอยู่ทุกวัน  การขึ้น-ตกของดวงตะวัน ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีใจเสียใจอย่างไรเลย ส่วนอาการของชีวิต เกิดแล้วก็ตายนี้ เราส่วนมากมิอาจจะรักษาใจให้เป็นปรกติได้ เพราะอะไร ?

          การที่เราไม่ตกใจ เสียใจ ที่เห็นดวงตะวันตกดิน ก็น่าจะด้วยเหตุ ๒ ประการ ๑)เห็นทุกวัน ๒)ช่วงเวลาขึ้น-ตกของตะวันเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ (กลางวัน ๑๒ ชั่วโมง กลางคืน ๑๒ ชั่วโมง) การที่เห็นทุกวันนั้น ย่อมทำให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดา การรู้การเห็น “ธรรมดา” มีคุณรักษาใจคนให้เป็นปรกติได้  หลักสูตรการศึกษาซึ่งมีวิชาการหลายแขนง ก็ล้วนแต่มีความมุ่งหมายที่จะเข้าถึง “ธรรมดา” อันเป็นแก่นแห่งวิชาการนั้น ๆ การเรียนจึงต้องอาศัยการทำบ่อย ๆ เพื่อให้เข้าใจถึง “ธรรมดา” อันเป็นหลักวิชาการแต่ละแขนง  พอถึงแก่นแห่งวิชาแล้วก็เกิดเป็นปรกติภาพ คือ สงบ เพราะเห็นหลักธรรมดาแล้วนั่นเอง  ฉะนั้น การเห็นบ่อย ๆ รู้บ่อย ๆ จึงมีประโยชน์มาก

          ในอาการของชีวิต เกิดแล้วตาย ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติอย่างหนึ่ง ก็น่าที่คนเราจะรักษาปรกติภาพไว้ได้ เพราะมีให้ดูเป็นประจำ เห็นการเกิดการตายกันอยู่เสมอ แต่ก็หาได้รักษาปรกติของจิตใจไว้ได้ไม่  กลับเห็นเป็นเรื่องผิดปรกติ เป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายทารุณต่อจิตใจที่สุด แม้เห็นคนตายที่ห่างออกไปคือคนที่ไม่รู้จักกันก็อดที่จะเศร้าสลดใจไม่ได้ ซ้ำยิ่งคนใกล้ชิดกับเราด้วยแล้วก็เหมือนกับหัวจิตหัวใจเราได้สลายลงไป การที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะคนเราไม่ยอมคุ้นเคยกับความตาย เหมือนกับคุ้นต่อการตกของดวงตะวัน เห็นว่าความตายเป็นแขกแปลกหน้าอยู่เสมอ แม้แต่การจะพูดถึงมัน หากพูดผิดกาลเทศะก็เหมาว่าเป็นคนปากเสีย เราพยายามหนักหนาที่จะลืมตายกัน พยายามลืมในสิ่งที่จำต้องประสบ แต่ผลของการฝึกฝนพยายามเช่นนั้น ช่วยอะไรเราได้บ้าง? เมื่อมรณะสมัยผ่านมาถึงเข้าจริง ๆ ค่าที่เราไม่เคยตระเตรียมรอคอยต้อนรับ ก็ทำให้เราเสียขวัญ ร้องไห้..



< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ประกาศจากเว็บมาสเตอร์ Public Relations

++เว็บธรรมะแนะนำ++

โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ

Designed by:
SiteGround web hosting Mambo templates