|
หน้า 1 จาก 4 คนเรานี้อยากจะรู้โชคชาตาของตนล่วงหน้า เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขหรือเตรียมตัวไว้ เรื่องของเรื่องก็คือกลัวว่าตนจะเคราะห์ร้าย หรือไม่ก็กลัวว่าโชคชาตาของตนจะไม่ดีพอนั่นเอง เหมือนกับคนเดินทางที่อยากรู้ระยะทางข้างหน้าเอาไว้ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ดีอยู่ แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ คนอยากรู้โชคชาตาล่วงหน้านานเท่านาน แต่ธรรมชาติกลับปิดบังโชคชาตาของเขาไว้..
>>
โชคชาตาคืออะไร ? โชคชาตา หมายถึง เหตุการณ์ดีหรือร้ายอันเกิดแก่ชีวิตของมนุษย์เรา เช่น ความยากจน ความมั่งมี ได้รับความรักใคร่ ถูกเขาเกลียดชัง สอบได้ สอบตก มียศ มีอำนาจ ติดคุกติดตะราง ฯลฯ เรื่องเหล่านี้รวมเรียกว่า โชคชาตา คือหมายถึงเหตุการณ์ทั้งข้างดีข้างร้าย เมื่อตีความหมายคำว่าโชคชาตาอย่างนี้ ปัญหาที่ว่าโชคชาตามีจริงหรือไม่ ก็เป็นอันหมดไป เพราะใคร ๆ ก็ย่อมทราบว่าเหตุการณ์ดีร้ายที่เกิดแก่คนเรานั้นมีแน่ เรารู้เราเห็นกันอยู่ทั่วไป อนึ่ง โชคชาตานั้นนอกจากจะมีแก่ตัวบุคคลแล้ว ยังมีได้แก่ครอบครัว หน่วยงาน ตลอดจนถึงประเทศชาติด้วย เรื่องโชคชาตาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก และเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ดูเบาไม่ได้ ไม่มีใครอยากจน แต่คนเราก็ต้องยากจนไปตามโชคชาตา ไม่มีใครอยากติดคุก แต่หลายคนก็ต้องติดคุกไปตามโชคชาตา ไม่มีใครอยากอย่าร้างจากคู่ครอง แต่ชายหญิงที่จำใจต้องอย่าร้างกันไปตามโชคชาตาก็มีอยู่เสมอ แสดงว่าโชคชาตาไม่ได้เป็นไปตามที่คนเราชอบ หากแต่เป็นไปตามกฎอีกอันหนึ่งต่างหาก จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษามากทีเดียว

หมอดู เมื่อพูดถึงเรื่องโชคชาตาก็ต้องพูดถึงเรื่องหมอดู จะได้หมดสงสัยกันไปที เพราะหมอดูกับเรื่องโชคชาตาดูเหมือนจะพัวพันกันอยู่เสมอ แยกขาดจากกันไม่ได้ เหมือนอย่างโรคภัยไข้เจ็บกับหมอยานั่นเอง เรื่องมีอยู่ว่า คนเรานี้อยากจะรู้โชคชาตาของตนล่วงหน้า เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขหรือเตรียมตัวไว้ เรื่องของเรื่องก็คือกลัวว่าตนจะเคราะห์ร้าย หรือไม่ก็กลัวว่าโชคชาตาของตนจะไม่ดีพอนั่นเอง เหมือนกับคนเดินทางที่อยากรู้ระยะทางข้างหน้าเอาไว้ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ดีอยู่ แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ คนอยากรู้โชคชาตาล่วงหน้านานเท่านาน แต่ธรรมชาติกลับปิดบังโชคชาตาของเขาไว้ ไม่ยอมให้รู้ล่วงหน้าได้เลยแม้แต่ว่าอีกชั่วโมงหนึ่งข้างหน้านี้เขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นอกจากจะนึกเดาเอาเอง นี่พูดถึงวิสัยของสามัญมนุษย์ทั่วไป เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ก็มีคนพวกหนึ่งพยายามจะเอาชนะธรรมชาติให้ได้ ได้พยายามรวบรวมสถิติหรือหาวิธีตรวจสอบดูโชคชาตาของใคร ๆ ครั้นได้วิธีที่เห็นว่ามีความแม่นยำอยู่บ้าง ก็รับบริการทำนายทายทักโชคชาตาให้คนอื่น คนประเภทนี้เรียกกันว่า หมอดู แต่ก็แปลกอยู่เหมือนกัน หมอดูบางคนไม่อยากให้คนอื่นเรียกว่า โหร ซึ่งที่แท้แล้วคำว่า โหร นั้น ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรเลย นอกจากจะแปลว่า ผู้รู้วันคืน เท่านั้น ตรงกันข้ามกับคำว่าหมอดู ซึ่งเป็นคำที่ประชาชนร้องเรียกด้วยความนับถือ หรือเป็นคำสดุดีเกียรติคือคำว่า หมอ นี้ ในภาษาไทยเราใช้ร้องเรียกคนที่ทำคุณแก่คนอื่น เฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ช่วยแก้ไขความยุ่งยากมืดมนให้เขา อย่างเช่น หมอยา หมอนวด หมอตำแย ดังกล่าวแล้ว คนที่เป็นหมอนั้นตามปกติไม่มีใครเขารังเกียจ อย่างเช่น หมอเสน่ห์ อันที่จริงก็แสนจะดี เป็นคนที่โลกน่าจะขอบคุณมากทีเดียว เพราะเป็นผู้ช่วยทำให้คนที่ไม่น่ารักให้น่ารัก แต่ถ้าหมอเสน่ห์เกิดไปเล่นยาแฝดเข้าด้วยอย่างที่เราเรียกว่า หมอเสน่ห์ยาแฝด ก็เลยกลายเป็นคนที่ใคร ๆ ตำหนิไป หรืออย่างหมอความก็เหมือนกัน หมอความจริง ๆ นั้นเป็นเสมือนพ่อพระของประชาชน เพราะช่วยรักษาสิทธิไว้ให้เขา ใคร ๆ ก็ไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ถ้าหากหมอความคนใดบำเพ็ญตัวเป็น หมอหาความ เข้า เขาก็กลายเป็นคนที่ใคร ๆ พากันหวาดระแวง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล หมอดูก็เหมือนกัน ถ้าเกิดดูตามตำราไม่ทันใจหันไปใช้อุปเท่ห์หมอเดามาก ๆ เข้า คนทั้งหลายเขาก็หัวเราะเยาะเอาเท่านั้น แต่อย่างไรเสียคำว่าหมอดูก็ยังเป็นคำที่ไพเราะกว่าคำว่าโหรอยู่นั่นเอง ที่พูดนี้โปรดอย่าเข้าใจว่า ผมคิดจะหาเสียงจากหมอดู หรือคิดจะรังแกหมอดู ไม่ใช่ทั้งนั้น แต่อยากจะพูดถึงเรื่องการตรวจโชคชาตาของมนุษย์ อันเป็นเป้าหมายของปาฐกถาเรื่องนี้เท่านั้น การตรวจโชคชาตาของคนเราเท่าที่มีอยู่ทุกวันนี้ มากมายหลายวิธีเหลือเกิน แม้ว่าจะลองตั้งใจนับดูว่ามีกี่วิธีด้วยกัน ก็ยังไม่อาจนับได้ แต่ก็ช่างปะไร ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะบรรยายวิชาหมอดู และท่านผู้ฟังทั้งหลายก็คงไม่อยากจะฟังเรื่องนั้น เราพูดกันเฉพาะในหลักการสำคัญ ๆ ก็พอ การตรวจโชคชาตาทุกวันนี้ผมเห็นว่าพอจะสรุปลงได้เป็นสองวิธีเท่านั้น คือ วิธีทางโลก กับ วิธีทางศาสนา วิธีแก้โชคชาตาก็เหมือนกัน มีทางทำกันอยู่สองวิธีเท่านี้
|